ไส้ติ่งอักเสบ อาการ สาเหตุและวิธีการรักษาเมื่อเป็น

ไส้ติ่ง คืออะไร

ไส้ติ่ง เป็นส่วนของลำไส้ใหญ่ที่ยื่นออกมาเป็นติ่งอยู่ตรงบริเวณด้านขวาล่าง มีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ยาวตั้งแต่ 2-20 ซม. มีรูติดต่อกับลำไส้ใหญ่ แต่เดิมนั้นเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งทำหน้าที่อะไร มีประโยชน์หรือไม่ หลายๆคนคิดว่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งเป็นส่วนเกินของร่างกาย เมื่อมีเหตุให้จะต้องผ่าตัดท้อง ก็เลยผ่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งทิ้งไปด้วยเนื่องจากว่าเกรงว่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งจะทำให้เกิดปัญหาถ้ากลายเป็นไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบขึ้นมา แต่ว่ามีงานวิจัยที่พบว่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งนั้นมีประโยชน์ค่ะ

ไส้ติ่งมีประโยชน์หรือไม่

นักวิทยาศาสตร์อเมริกันจากมหาวิทยาลัย Duke ศึกษาค้นพบว่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งมีบทบาทหน้าที่สร้างและป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ในท้องของมนุษย์ จุลินทรีย์ที่ว่านี้ช่วยในระบบการย่อยอาหาร นอกเหนือจากนี้ไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งยังทำหน้าที่กระตุ้นระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหารให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่องที่ถูกเชื้อโรคอหิวาต์หรือเชื้อโรคบิดเล่นงาน

ไส้ติ่งอักเสบ คืออะไร

เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีลักษณะของการปวดท้องรุนแรงที่จำต้องรักษาด้วยแนวทางผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แม้เจอมีอาการเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา ควรจะคิดถึงโรคนี้ไว้ก่อนเสมอและก็รีบไปพบแพทย์ เพราะว่าถ้าเกิดละเลยไว้นานไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งที่อักเสบชอบแตกทะลุ เป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดแล้วก็เสียชีวิตได้

โรคนี้เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในคนทุกวัยตั้งแต่เด็กอายุ 2 ขวบไปจนกระทั่งคนแก่ และก็ยังรวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ แม้กระนั้นจะพบมากในช่วงอายุ 10-30 ปี (เจอได้น้อยในคนชรา เพราะว่าไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งตีบยุบมีเยื่อหลงเหลือน้อย แล้วก็ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปีเนื่องจากว่าโคนไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งยังค่อนข้างจะกว้าง) ในสตรีแล้วก็เพศชายได้โอกาสเป็นโรคนี้ได้เท่าๆกัน (แต่ว่าในช่วงอายุ 20-30 ปี จะเจอในเพศชายมากยิ่งกว่าหญิง) และก็มีการคาดคะเนทำนองว่าในตลอดชาติของผู้คนจะได้โอกาสเป็นโรคนี้ราวๆ 7% หรือในปีหนึ่งจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ราว 1 ใน 1,000 คน (ในแต่ละปีมีคนอเมริกันเสียชีวิตจากโรคนี้โดยประมาณ 300-400 คน)

อาการของคนที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องที่มีลักษณะต่อเนื่องและปวดแรงขึ้นนานเกิน ชั่วโมงขึ้นไป หากไม่ได้รับการรักษาก็มักจะปวดอยู่นานหลายวัน จนผู้ป่วยทนปวดไม่ไหวจะต้องพาส่งโรงพยาบาลแรกบางทีอาจปวดแน่นตรงลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะ บางคนอาจปวดบิดเป็นตอนๆบริเวณสะดือ เหมือนลักษณะของการปวดแบบท้องร่วง“>ท้องเสีย บางทีอาจเข้าส้วมหลายครั้ง แม้กระนั้นถ่ายไม่ออก (แต่ว่าบางบุคคลบางทีอาจมีลักษณะถ่ายเป็นน้ำหรือ ถ่ายเหลวร่วมด้วย)ถัดมาจะมีลักษณะอาการอ้วก คลื่นไส้ ไม่อยากอาหารร่วมด้วย ลักษณะของการปวดท้องชอบไม่ดีขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ว่าจะรับประทานยาพาราใดๆก็ตาม ถัดมาอีก 3-4 ชั่วโมง ลักษณะของการปวดจะย้ายมาที่ท้องน้อยข้างขวา มีลักษณะปวดเสียดตลอดระยะเวลา แล้วก็จะเจ็บเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการขยับตัว หรือเวลาเดินหรือไอจาม ผู้เจ็บป่วยจะนอนนิ่งๆถ้าหากเป็นมาคนป่วยจะนอนงอขา เอียงไปข้างหนึ่ง หรือเดินตัวงอ เพื่อรู้สึกสบายขึ้น

เมื่อถึงขั้นที่มีลักษณะอาการอักเสบของไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งชัดแจ้ง มีแนวทางตรวจอย่างง่ายๆเป็น ให้คนป่วยนอนหงายแล้วใช้มือกดลงลึกหรือใช้หมัดตีเบาๆตรงรอบๆไส้ติ่ง“>ไส้ติ่ง (ท้องน้อยข้างขวา)คนเจ็บจะรู้สึกเจ็บมากมาย (เรียกว่า อาการกดเจ็บ) คนเจ็บบางทีอาจจับไข้ต่ำ(วัดปรอทเจออุณหภูมิ 37.7-38.3 องศาเซลเซียส) แม้กระนั้น พบว่าราวกึ่งหนึ่งของผู้เจ็บป่วยไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบ บางทีอาจไม่มีลักษณะไม่อ้อมค้อม (ตามแบบฉบับ) ดังกล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้กล่าวอีกนัยหนึ่ง อาจมีลักษณะของการปวดและก็กดเจ็บตรงท้องน้อยขวา โดยไม่มีลักษณะอันอื่นเอามาก่อนก็ได้

ส่วนในเด็กตัวเล็กๆ อาการบางทีอาจไม่ชัดแจ้ง อาจมีลักษณะของการปวดท้องปกติ โดยไม่พบว่ามีลักษณะกดเจ็บตรงรอบๆไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งก็ได้ ในคนสูงอายุรวมทั้งหญิงมีครรภ์ ลักษณะของการปวดท้องจะเป็นไม่ร้ายแรง แล้วก็บางทีอาจไม่มีลักษณะกดเจ็บเช่นเดียวกัน อย่างไรก็แล้วแต่ พวกเขาเหล่านั้นก็ชอบมีลักษณะของการปวดท้องนาเกิน 6 ชั่วโมง ถ้าเกิดเจอลักษณะนี้ก็ควรจะปรึกษาแพทย์โดยด่วน

การแยกโรค

ในระยะแรกเริ่ม ที่มีลักษณะของการปวดตรงลิ้นปี่ หรือบริเวณสะดือ บางทีอาจจะต้องแยกออกมาจากมูลเหตุอื่น ดังเช่น

1.โรคกระเพาะ จะมีลักษณะจุกแน่น หรือปวดแสบตรงลิ้นปี่ มักมีลักษณะอาการตอนก่อนหลังทานข้าว แล้วก็ชอบเป็นอยู่นาน ครึ่งชั่วโมง 1 ชั่วโมง รวมทั้งจะดีขึ้น แม้กระนั้นจะกลับมากำเริบเสิบสานเมื่อถึงเวลาอาหารมื้อถัดไป อาการชอบดีขึ้นได้ด้วยการกินยาลดกรด

2.นิ่วในถุงน้ำดี (นิ่วน้ำดี) จะมีลักษณะของการปวดบิดเกร็งเป็นตอนๆตรงลิ้นปี่ และก็ใต้ชายโครงขวานานเป็นชั่วโมงอ้วก อ้วกอาการบางทีอาจ ดีขึ้นกว่าเดิมได้เอง แม้กระนั้นบางทีอาจกำเริบเสิบสานใหม่ โดยเฉพาะข้างหลังรับประทานอาหารมัน

3.ท้องร่วง มีลักษณะของการปวดบิดเกร็งเป็นช่วงบริเวณสะดือร่วมกับถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำบ่อย บางทีอาจมีลักษณะอาการอ้วก อ้วก หรือเป็นไข้ร่วมด้วย

ทั้ง 3 สาเหตุนี้ ไม่มีลักษณะกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา หากมีก็ควรจะสงสัยว่าบางทีอาจเป็นไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบก็ได้

4.กระเพาะเป็นแผลทะลุ จะมีลักษณะของการปวดร้ายแรงตรงรอบๆลิ้นปี่ต่อเนื่องกันเกิน 6 ชั่วโมง ใจสั่นหวิว ใจสั่น รอบๆที่ปวดจะกดเจ็บและก็แข็งตึง แม้สงสัยควรจะรีบไปพบหมอ

5.กระเพาะ“>กระเพาะไส้อุดดั จะมีลักษณะของการปวดบิดเกร็งเป็นช่วงๆทั่วท้อง คลื่นไส้หลายครั้ง นานเป็นวันมักรับประทานอาหารไม่ลง (จะอาเจียนทุกหน) รวมทั้งถ่ายไม่ออก (ท้องผูก“>ท้องผูก) อาจมีเรื่องราวผ่าตัดในท้องมาก่อน ถ้าหากสงสัยควรจะรีบไปพบหมอในรายที่มีลักษณะของการปวดตรงท้องน้อยข้างขวา บางทีอาจจำต้องแยกออกมาจากปัจจัยอื่น ดังเช่น

1.ท้องนอกมดลูก จะมีลักษณะของการปวดเสียดท้องน้อย หน้ามืด“>หน้ามืดเป็นลมเป็นแล้ง ใจสั่น เค้าหน้าซีดเผือด และก็มีประวัติขาดระดูหรือมีลักษณะแพ้ท้องมาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นับว่าเป็นคราวฉุกเฉินที่จำต้องรีบไปโรงหมอ

2.นิ่วในท่อไต จะมีลักษณะของการปวดเกร็งเป็นช่วงตรงท้องน้อยแล้วก็เจ็บปวดรวดร้าวลงมาที่อัณฑะหรือช่องคลอดด้านเดียวกันจะไม่มีลักษณะอาการกดเจ็บ ถ้าเกิดสงสัยก็ควรจะรีบไปพบหมอ

3.ปวดระดู จะมีลักษณะของการปวดบิดเกร็งเป็นช่วงตรงท้องน้อยเวลามีเมนส์อยู่ 3-4 วัน ก็จะหายไปเอง มักเป็นหายเวลามีเมนส์ทุกเดือน จะไม่มีลักษณะกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวา และไม่จับไข้ แต่ว่าถ้าหากปวดร้ายแรงแล้วก็กดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวาก็ควรจะรีบไปพบหมอ

4.ปีกมดลูกอักเสบฉับพลัน จะจับไข้สูง ปวดแล้วก็กดเจ็บตรงท้องน้อย บางทีอาจมีลักษณะอาการขัดเบา ตกขาว“>ตกขาวร่วมด้วย ถ้าเกิดสงสัยควรจะรีบไปพบหมอ

5.กรวยไตอักเสบทันควัน จะจับไข้สูง หนาวสั่น ปวดรวมทั้งเคาะเจ็บตรงสีข้าง เยี่ยวขุ่น บางทีอาจมีลักษณะขัดเบาร่วมด้วย แม้สงสัยก็ควรจะรีบไปพบหมอ

สาเหตุที่ทำให้เกิดไส้ติ่งอักเสบ

เกิดจากภาวะอุดตันในรู (ทางเข้าออก) ของไส้ติ่ง“>ไส้ติ่ง ที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นจากการมีเศษอุจจาระ“>อุจจาระแข็งชิ้นเล็กที่เรียกว่า นิ่วอุจจาระ (Fecalith) ตกลงไปในรูไส้ติ่ง“>ไส้ติ่ง แล้วก็ที่เจอได้รองลงมาคือเกิดขึ้นจากเยื่อต่อมน้ำเหลือง (Lymphoid tissue) ที่ผนังไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งที่หนาตัวขึ้นตามการอักเสบต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกาย นอกนั้นอาจเกิดจากสิ่งแปลกปลอม (ดังเช่น เมล็ดผลไม้), หนอนพยาธิ (ที่สำคัญเป็น พยาธิไส้เดือน พยาธิเส้นด้าย พยาธิตืดหมู) หรือก้อนเนื้องอก

ซึ่งเมื่อมีการอุดตันขึ้น สิ่งคัดหลั่งที่ไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งหลั่งอยู่ปกติก็จะกำเนิดการคั่งอยู่ในรูไส้ติ่ง“>ไส้ติ่ง ทำให้ไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งบวมเป่งและก็มีแรงกดดันข้างในไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งสูงมากขึ้น ประกอบกับการบีบขับของไส้ติ่ง“>ไส้ติ่ง ก็เลยก่อให้เกิดลักษณะของการปวดท้องบริเวณสะดือ รวมทั้งในเวลาเดียวกันเชื้อบักเตรีที่มีอยู่เป็นธรรมดา (ในปริมาณน้อย) ในรูไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งก็จะกำเนิดการแบ่งตัวอย่างเร็วรวมทั้งรุกล้ำเข้าไปในเยื่อของไส้ติ่ง“>ไส้ติ่ง นำมาซึ่งการอักเสบร้ายแรงตาม คนเจ็บจะมีลักษณะของการปวดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวารวมทั้งท้ายที่สุดไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งก็จะมีการเน่าตายรวมทั้งแตกทะลุได้

คนป่วยบางรายอาจเป็นไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบจากเชื้อไวรัสไซโตเมกะโล (Cytomegalovirus) ได้ ซึ่งชอบเจอได้ในผู้ป่วยเอดส์แล้วก็บางรายอาจเป็นไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบโดยที่หมอไม่เคยทราบต้นสายปลายเหตุเลยก็ได้ไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้เจ็บป่วยแต่ละคน มิได้เป็นโรคติดต่อที่แพร่ไปให้คนที่อยู่รอบข้างเคียงแต่อย่างใด

วิธีรักษาและการดูแลตนเองเมื่อเป็นไส้ติ่งอักเสบ

เมื่อมีอาการปวดท้องที่มีลักษณะไม่เหมือนอาการปวดโรคกระเพาะท้องเสีย หรือปวดรอบเดือนดังที่เคยเป็นมา ก็ควรจะให้สงสัยว่าอาจมีสาเคราะห์ร้ายแรง โดยปกติควรจะรีบไปพบหมอ ถ้าหากมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

1.ปวดร้ายแรง หรือปวดติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป
2
.กดหรือเคาะเจ็บตรงรอบๆที่ปวด
3
.อ้วกหลายครั้ง รับประทานอะไรก็ออกหมด
4
.มีลักษณะหน้ามืด“>หน้ามืด เป็นลมเป็นแล้ง ใจสั่นหวิว ใจสั่น
5
.จับไข้สูง หรือหนาวสั่น
6
.เค้าหน้าซีดเซียวเหลือง
7
.รับประทานยาที่ช่วยบรรเทาปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้นกว่าเดิมหรือกลับร้ายแรงขึ้น

ข้อสำคัญ ผู้ป่วยที่มีท้องผูก“>ท้องผูกร่วมด้วย ถ้าเกิดพบว่ามีลักษณะของการปวดท้องร้ายแรงกว่าธรรมดา ก็ห้ามรับประทานยาถ่ายหรือทำสวนทวาร และก็ถ้าเกิดสงสัยว่าเป็นไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบก็ควรงดเว้นทานอาหารแล้วก็น้ำ เพื่อเตรียมให้หมอผ่าตัด

ถ้าหากตรวจเจอว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ หมอจะทำ การผ่าตัดไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอย่างเร่งด่วน (นับว่าเป็นคราวฉุกเฉิน การผ่าตัดใช้เวลาโดยประมาณครึ่งชั่วโมง 1 ชั่วโมง บางทีอาจให้อยู่โรงหมอราวๆ 3-5 วันแล้วกลับไปพักฟื้นที่บ้าน แล้วก็จะนัดหมายมาตัดไหม ข้างหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์

ในรายที่ค้นพบว่ามีไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งแตก (ด้วยเหตุว่าปลดปล่อยให้เป็นอยู่เป็นเวลานานกว่าจะเจอหมอ) หมอจะให้ยาปฏิชีวนะ“>ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ข้างหลังผ่าตัดบางทีอาจควรมีแนวทางการดูแลและรักษาแผลผ่าตัดเป็นการพิเศษไม่เหมือนกับไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบที่ยังไม่แตก แล้วก็จำเป็นต้องให้อยู่พักรักษาในโรงหมอเป็นเวลานานกว่าธรรมดาส่วนในรายที่มีลักษณะอาการคลุมเครือ หมอบางทีอาจรับไว้ในโรงหมอ เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ถ้าหากถัดมาอาการแน่ชัดว่าเป็นไส้ติ่ง“>ไส้ติ่งอักเสบก็จะรีบกระทำการผ่าตัด

แหล่งที่มา medthai.com , doctor.or.th , manager.co.th

เรียบเรียงโดย thai2health.com