โรคตับอ่อนอักเสบ สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

ตับอ่อน คืออะไร

ตับอ่อน (Pancreas) เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย มีลักษณะคือต่อมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของกระเพาะใกล้กับลำไส้เล็กส่วนดูโอดินัมซึ่งเป็นลำไส้เล็กส่วนต้น โดยจัดเป็นอวัยวะในระบบทางเดินอาหารเหมือนกันกับตับ (Liver) แม้กระนั้นตับอ่อนมิได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของตับ (เป็นคนละอวัยวะกันและไม่ได้เกี่ยวข้องกัน) ตับอ่อนจะมีลักษณะแล้วก็ขนาดราวกับกล้วยหอมประกอบไปด้วยเซลล์หลัก 2 เซลล์หมายถึงเซลล์จากต่อมไร้ท่อ(Endocrine gland) และก็เซลล์จากต่อมมีท่อ (Exocrinegland) โดยต่อมไม่มีท่อจะมีบทบาทสร้างฮอร์โมนหลากหลายประเภท (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) รวมทั้งกลูติดอยู่กอน (Glucagon) ซึ่งมีบทบาทควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดรวมทั้งมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดเบาหวาน) ส่วนต่อมมีท่อจะมีบทบาทสร้างน้ำย่อยของกิน (Pancreatic juice) ซึ่งจะช่วยสำหรับในการย่อยของกินในลำไส้เล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสรุปย่อยไขมัน

สาเหตุหลักๆทีทำให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบ

โรคตับอ่อนอักเสบทั้งการอักเสบประเภทเฉียบพลันและก็ประเภทเรื้อรังนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะว่าการอักเสบเรื้อรังจะเกิดต่อเนื่องจากการอักเสบกระทันหัน โดยเหตุนี้ต้นสายปลายเหตุหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงก็เลยเช่นเดียวกัน ซึ่งสาเหตุหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่มักพบๆ(รวมกันเป็นราวๆ 80%) ของโรคตับอ่อนอักเสบทั้งหมดทั้งปวงจะมีอยู่ร่วมกัน 2 ต้นสายปลายเหตุสำคัญๆเป็นจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีและก็จากการดื่มแอลกอฮอล์จัด

1.โรคนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) มีสาเหตุมาจากนิ่วในถุงน้ำดีที่หลุดเข้าไปในท่อน้ำดี (โรคนิ่วในท่อน้ำดี) ซึ่งท่อน้ำดีนี้จะเปิดเข้าลำไส้เล็กในตำแหน่งเดียวกันกับท่อตับอ่อน นิ่วในท่อน้ำดีก็เลยนำไปสู่การอุดตันและก็การอักเสบของท่อตับอ่อน แล้วเปลี่ยนเป็นต้นเหตุของตับอ่อนอักเสบท้ายที่สุด

2.การดื่มแอลกอฮอล์จัด เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากพิษของแอลกอฮอล์ที่เข้าไปทำลายเซลล์ของตับอ่อนโดยตรง ซึ่งชอบเกิดขึ้นตามภายหลังการดื่มแอลกอฮอล์โดยประมาณ 2-12 ชั่วโมง (แต่ว่าบางบุคคลบางทีอาจนาน 1-3 วันได้ และก็บางบุคคลที่ไวต่อแอลกอฮอล์เป็นพิเศษจะเกิดขึ้นภายหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์เพียงแค่น้อยได้)

3.สาเหตุอื่นๆ เป็นต้นเหตุที่เจอได้น้อยกว่าหมายถึงเจอได้รวมกันเป็นโดยประมาณ 20% ของการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบทั้งปวง ยกตัวอย่างเช่น

  • การดูดบุหรี่ โดยเกิดขึ้นจากพิษจากยาสูบที่เข้าไปทำลายเซลล์ของตับอ่อน
  • ผลกระทบจากการใช้ยาบางประเภท ยกตัวอย่างเช่น ยาปฏิชีวนะบางจำพวก ยกตัวอย่างเช่น เตตราไซคลีน (Tetracycline), ยาซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides), ยาขับเยี่ยวไทอะไซด์(Thiazide) และก็ฟูโรซีไมด์ (Furosemide), ยาสเตียรอยด์(Steroids), ยาต่อต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs),ยากดภูมิต้านทานอะซาไธโอพรีน (Azathioprine), ยาเคมีบรรเทาเมอร์แคปโตพิวรีน (Mercaptopurine), ยารักษาวัณโรคบางจำพวก, ยากรดวาลโปรอิก (Valproic acid),ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ฯลฯ
  • โรคเรื้อรังบางจำพวกที่นำมาซึ่งสารเคมีเป็นพิษขึ้นภายในร่างกายเป็นต้นว่า โรคไตเรื้อรัง
  • ภาวะไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ในเลือดสูง(Hyperlipidemia)
  • ภาวะมีแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercal­cemia) อย่างเช่นจากการกินวิตามินดีและก็แคลเซียมเสริมในจำนวนสูงโดยตลอด
  • ภาวะขาดพาราต่อมไทรอยด์ (Hypoparathyroidsm)
  • การติดโรคบักเตรีของตับอ่อน
  • การติดเชื้อไวรัสของตับอ่อน อย่างเช่น เชื้อไวรัสมัมพ์(Mumps virus) ที่ก่อให้เกิดโรคคางทูม, เชื้อไวรัสรูเบลลา(Rubella virus) ที่นำมาซึ่งโรคเหือด, เชื้อไวรัสเฮขว้างไตติเตียนส (Hepatitis virus) ที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ, เชื้อไวรัสเอบาร์ (Epstein-Barr virus), เชื้อไวรัสไซโตเมกะโล (Cytomegalovirus)
  • โรคภูเขาไม่ต่อต้านตัวเอง (Autoimmune disease)
  • โรคมะเร็งท่อน้ำดี โรคมะเร็งถุงน้ำดี หรือโรคมะเร็งตับอ่อน(สาเหตุจากโรคมะเร็งเป็นต้นเหตุที่เจอได้น้อย)
  • สภาวะหรือความไม่ดีเหมือนปกติทางพันธุกรรมอะไรบางอย่างที่เป็นต้นเหตุนำมาซึ่งการก่อให้เกิดมีตับอ่อนอักเสบ (เป็นต้นเหตุที่เจอได้น้อยมาก มักเกิดขึ้นในชายหนุ่มที่แก่น้อยกว่า 30 ปีซึ่งบางทีอาจเป็นมานานหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่หมอจะวิเคราะห์ได้
  • การได้รับบาดเจ็บที่ตับอ่อนโดยตรง อาทิเช่น จากอุบัติเหตุหรือการได้รับบาดเจ็บที่ท้อง จากการผ่าตัดในท้อง จากวิธีการผ่าตัดทางเท้าน้ำดีและก็ต่อมน้ำเหลืองในท้อง (เป็นเหตุก่อให้เกิดตับอ่อนอักเสบข้างหลังการผ่าตัด)บางทีบางทีอาจไม่เจอสาเหตุที่ชัดเจน

โรค​ตับอ่อนอักเสบจะมีอาการแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

1.โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่

  • ปวดท้องเฉียบพลันตรงช่องท้องตรงกลางส่วนบน (รอบๆใต้ลิ้นปี่)ซึ่งผู้ป่วยจะมีลักษณะของการปวดอย่างหนัก (อาการเมื่อเริ่มปวดจนกระทั่งปวดอย่างหนัก บางทีอาจใช้เวลาราว 10 นาทีจนกระทั่งหลายชั่วโมง) โดยจะปวดแบบทื่อๆตลอดระยะเวลาต่อเนื่องกันเป็นวันๆหรือนับเป็นเวลาหลายวันต่อเนื่องกัน รวมทั้งมักเจ็บปวดรวดร้าวไปที่ข้างหลัง (เจอได้ราว 50% ของผู้เจ็บป่วย) เพราะเหตุว่าตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ลึกในท้องส่วนที่อยู่ติดทางข้างหลังคนไข้จะมีลักษณะของการปวดเยอะขึ้นเรื่อยๆเมื่อกินอาหารหรือกินน้ำ หรือขยับเขยื้อนหรือเวลาเข้านอนหงาย (แม้กระนั้นจะรู้สึกสบายขึ้นเวลานั่งโน้มตัว) แม้กระนั้นผู้เจ็บป่วยบางรายที่มีโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อการอักเสบของประสาท อาจมีตับอ่อนอักเสบโดยที่มีลักษณะของการปวดไม่มากมายก็ได้ อาทิเช่น ในผู้เจ็บป่วยเบาหวานหรือโรคไตเรื้อรัง
  • อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง
  • มักเป็นไข้ (ซึ่งมีได้ทั้งไข้สูงรวมทั้งไข้ต่ำ) อ้วก คลื่นไส้ (ราวๆ70-90% ของผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการอ้วกคลื่นไส้ร่วมด้วย รูปแบบของคลื่นไส้จะเป็นน้ำย่อย แม้กระนั้นบางทีอาจจะมีน้ำดีคละเคล้าด้วย)
  • กดหน้าท้องจะเจ็บ (ชอบไม่มีลักษณะอาการท้องแข็ง)
  • หัวใจเต้นเร็วหายใจเร็ว
  • ถ้าหากเป็นการอักเสบจำพวกร้ายแรง คนไข้จะมีลักษณะของภาวการณ์ขาดน้ำ (อยากกินน้ำ ผิวแห้ง ความดันเลือดต่ำ หัวใจเต้นเร็ว แล้วก็อาจมีสภาวะช็อก) รวมทั้ง/หรือมีลักษณะอาการเมื่อยล้ามากมาย มีจ้ำเขียวขึ้นที่พุงหรือบริเวณสะดือ มือเท้าเกร็ง (จากภาวการณ์แคลเซียมในเลือดต่ำ) แล้วก็/หรือมีลักษณะอาการจากการอักเสบของอวัยวะต่างๆร่วมด้วย อาทิเช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปอดอักเสบ หรือไตวายเฉียบพลัน

2.โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ได้แก่

  • ผู้เจ็บป่วยจะมีลักษณะเหมือนกับตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันเมื่อกำเนิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันทับซ้อน
  • มีลักษณะของการปวดท้องเป็นอาการหลักในลักษณะเหมือนกันกับการอักเสบฉับพลัน (ตรงใต้ลิ้นปี่ หรือชายโครงทางซ้าย รวมทั้งเจ็บปวดรวดร้าวไปที่บั้นท้ายทางซ้าย) แม้กระนั้นจะมีความร้ายแรงน้อยกว่าและก็อย่างเรื้อรัง (ลักษณะของการปวดจะทิ้งระยะห่างกันเป็นเดือนหรือเป็นปี รวมทั้งจะพบบ่อยขึ้นเรื่อยจนถึงปวดตลอดระยะเวลา) แล้วก็เว้นเสียแต่จะปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆข้างหลังเมื่อทานอาหารและก็กินน้ำแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกินที่มีไขมัน) ยังปวดมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย
  • ท้องร่วงเรื้อรัง อุจจาระของคนป่วยจะมีลักษณะเป็นไขมันจากไขมันย่อยมิได้ เมื่อเป็นมากเวลาที่อุจจาระไขมันจะลอยขึ้นมาให้มองเห็นในโถส้วมและก็มีกลิ่นเหม็นไม่ดีเหมือนปกติ
  • อาเจียน อ้วก ท้องผูก มีลมในท้อง น้ำหนักตัวลดน้อยลงโดยตลอดแม้ว่าคนป่วยยังกินอาหารได้ธรรมดาและไม่มีลักษณะอาการไม่อยากอาหารแม้แต่น้อย เพราะของกินซึมซับไม่ได้ไพเราะเพราะพริ้งขาดน้ำย่อยของกิน ทำให้เป็นโรคขาดอาหาร มีลักษณะอาการเมื่อยล้า รวมทั้งอุจจาระเป็นไขมัน (Oily stool) ดังที่กล่าวมาข้างต้น
  • หากเป็นมากจนถึงตับอ่อนไม่อาจจะสร้างอินซูลินได้ บางทีอาจทำให้มีลักษณะโรคโรคเบาหวานร่วมด้วย
  • ครั้งคราวคนไข้บางทีอาจมีลักษณะ ตัวเหลือง ตาเหลือง (มีสภาวะโรคดีซ่าน) จากการอักเสบเรื้อรังรวมทั้งนำมาซึ่งการดึงรั้งปากท่อน้ำดีที่อยู่ชิดกับปากท่อของตับอ่อน ก่อให้เกิดการอุดกันฟุตบาทน้ำดีจากตับ น้ำดีก็เลยท้นเข้าเส้นโลหิตแล้วทำให้เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลือง เยี่ยวมีสีแก่ แล้วก็น้ำดีไหลลงไส้มิได้ (นำมาซึ่งการทำให้อุจจาระมีสีซีดจาง ซึ่งเป็นสีจากน้ำดี)
  • คนไข้เรื้อรังบางรายบางทีอาจไม่มีลักษณะอาการใดๆก็ตามเลยก็ได้หรือบางรายลักษณะของการปวดท้องอาจหายไปถึงแม้ว่าโรคจะเลวลงก็ตาม

​ภาวะแทรกซ้อนของโรคตับอ่อนอักเสบ
บางทีอาจนำไปสู่ฝีตับอ่อน (Pancreatic abscess), ถุงน้ำเทียม (Pseudocyst) ในท้อง, ภาวะไตวาย (Renal failure),ภาวะช็อก, ปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema), ภาวะไม่ได้กินอาหาร, เบาหวาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีประวัติคนภายในครอบครัวเป็นเบาหวานมาก่อน ชอบมีทิศทางกำเนิดเบาหวานได้ง่ายขึ้น) แล้วก็ในกรณีที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบร้ายแรงจะมีการเสียชีวิตของเซลล์ของตับอ่อนซึ่งจะนำมาซึ่งการติดโรคได้ง่าย เกิดภาวะเลือดเป็นพิษซึ่งมีอันตรายถึงกับเสียชีวิต

แนวทางปกป้องโรคตับอ่อนอักเสบ
การป้องกันโรคตับอ่อนอักเสบที่สำคัญเป็นการลดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ซึ่งที่สำคัญคือ
1.ลดหรือเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วในถุงน้ำดี
2.งดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์หรือจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ (ถ้าเกิดจะดื่มควรจะดื่มไม่เกิน 2 หน่วยสำหรับทั้งหญิงแล้วก็ชาย โดยจำนวน 1 หน่วยเป็น 30 ซีซีของวิสกี้ หรือเบียร์สด 1 กระป๋องหรือขวดเล็ก หรือ 1 แก้วไวน์)
3.ไม่ดูดบุหรี่
4.ไม่ใช้ยาต่างๆอย่างมากเกินไป แม้กระนั้นให้ใช้ยาเฉพาะเมื่อต้องและก็ควรจะขอคำแนะนำเภสัชกรหรือหมอก่อนเสมอก่อนจะซื้อยาใดๆก็ตามมากินเอง
5.รักษาสุขลักษณะฐานรากให้ดีโดยการกระทำตามหลักสุขข้อบังคับที่ประเภท เพื่อช่วยลดช่องทางการติดโรคต่างๆ

แนวทางรักษาโรคตับอ่อนอักเสบ 

การรักษาโรคตับอ่อนอักเสบทั้งจำพวกเฉียบพลันแล้วก็เรื้อรังหมายถึงการดูแลรักษาประคับประคองตามอาการแล้วก็การรักษาที่สาเหตุ

1.การรักษาประคับประคองตามอาการ เป็นการรักษาลำดับแรกที่สำคัญมาก เพราะเหตุว่าคนไข้ชอบทานอาหารและก็กินน้ำได้น้อย แพทย์ก็เลยมักจำเป็นต้องรับตัวผู้เจ็บป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาลและก็ให้การดูแลและรักษาดังต่อไปนี้

  • ให้งดเว้นการกินอาหารรวมทั้งน้ำเพื่อลดลักษณะการทำงานของตับอ่อนตราบจนกระทั่งอาการอักเสบจะดีขึ้นกว่าเดิม
  • ให้น้ำเกลือรวมทั้งสารอาหารทางหลอดโลหิตดำให้พอเพียง (เพื่อคุ้มครองปกป้องสภาวะขาดน้ำรวมทั้งช็อก) รวมทั้งให้เกลือแร่ต่างๆอยู่ในระดับสมดุลกระทั่งคนเจ็บจะสามารถกินอาหารทางปากได้ (ในบางครั้งเมื่อคนป่วยมีลักษณะร้ายแรง บางทีอาจจึงควรใส่สายจากจมูกเข้าไปในกระเพาะของกินเพื่อดูดน้ำย่อยของกระเพาะออกให้หมด เพื่อลดการตึงตัวของท้องและลดอาการอ้วกอ้วก)
  • การให้ยาพาราตามระดับลักษณะของการปวดของผู้เจ็บป่วย(ทุเลาลักษณะของการปวดท้อง) โดยธรรมดาหมอจะเริ่มให้ยาพาราเบาๆก่อน ได้แก่ พาราเซตามอล (Paracetamol) ถ้าเกิดเอาไม่อยู่ก็จะขยับไปใช้ยาพาราในกรุ๊ปยาต้านทานการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นต้นว่า ยาอิโทริคอกซิบ(Etoricoxib) ที่มีชื่อการค้าว่า อาร์วัวเซีย (Arcoxia) แต่ว่าถ้าหากยังเอาไม่อยู่ก็ไปใช้ยาแรงขึ้นอย่างทรามาดอล (Tramadol)รวมทั้งถ้าเกิดยังเอาไม่อยู่อีก (คนเจ็บมีลักษณะของการปวดท้องมากมาย) หมอบางทีอาจให้ยาที่เข้ากลุ่มฝิ่น ได้แก่ ยาฉีดแก้ปวดเพนตาโซซีน (Pentazocine) ที่มีชื่อด้านการค้าว่า Sosegon®
  • การให้ยาที่ช่วยบรรเทาอาการอ้วกคลื่นไส้ก
  • การปรับแต่งภาวการณ์กรด (Metabolic acidosis) โดยให้โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicar­bonate)
  • การให้เลือดถ้าหากผู้เจ็บป่วยมีสภาวะซีดเซียว
  • เมื่อรักษาจนกระทั่งไม่เป็นอันตรายก็ดีแล้ว หมอจะค่อยตรวจค้นต้นเหตุแล้วก็รักษาตามสาเหตุถัดไป

​2.การรักษาที่ต้นสายปลายเหตุรวมทั้งภาวะแทรกซ้อน

  • การรักษานิ่วในถุงน้ำดีหรือนิ่วในท่อน้ำดีด้วยแนวทางต่างๆตามแต่ขนาดของก้อนนิ่ว ตำแหน่ง อาการ สุขภาพโดยรวมของคนไข้ รวมทั้งดุลยพินิจของหมอ ดังเช่น การส่องกล้องหรือผ่าตัดเพื่อเอานิ่วออก
  • การให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด รวมทั้งให้เลิกดูดบุหรี่ด้วย
  • การให้ยาปฏิชีวนะเมื่อการอักเสบเป็นผลมาจากการติดโรคบักเตรี
  • การผ่าตัดตับอ่อน หากตับอ่อนอักเสบมากมายกระทั่งมีการเน่าตายของเยื่อตับอ่อน
  • การดูแลรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคตับอ่อนอักเสบ อาทิเช่น การรักษาภาวะไตวาย ถุงน้ำเทียม (Pseudocyst)

3.สำหรับในผู้เจ็บป่วยโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง แพทย์จะให้การดูแลและรักษาดังต่อไปนี้

  • แพทย์อาจจำต้องรับตัวผู้เจ็บป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ ให้อาหารทางสายผ่านจมูกลงสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งบางทีอาจให้ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายอาทิตย์หากคนป่วยอยู่ในสภาวะขาดอาหาร
  • ให้กินยาพาราเสมอๆ โดยจะมีตารางการกินยาคล้ายกับคนไข้ที่มีลักษณะของการปวดเรื้อรัง ได้แก่ ในคนเจ็บโรคมะเร็ง
  • ในผู้เจ็บป่วยบางรายบางทีอาจจำต้องได้รับยาผ่อนคลายความเครียด
  • ให้กินยาหรือฉีดวิตามินเสริมต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทที่ละลายในไขมันได้ เพราะว่าร่างกายจะดูดซับไขมันได้น้อย คนป่วยก็เลยชอบขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน ตัวอย่างเช่นวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี รวมทั้งวิตามินเค
  • ให้กินยาเพื่อช่วยสำหรับในการย่อยของกิน (เมื่อคนไข้ทานอาหารได้ตามธรรมดาแล้ว) กินน้ำให้มากมาย ย้ำทานอาหารที่มีโปรตีนรวมทั้งคาร์โบเดรตสูง จัดตารางการทานอาหารที่มีขนาดไม่มากมายแล้วก็กินให้บ่อยครั้งกว่าธรรมดา
  • จำกัดการกินอาหารไขมัน เนื่องจากว่าเมื่อตับอ่อนไม่ดีก็จะไม่มีน้ำย่อยมาย่อยไขมัน หากเป็นมากจะถึงขั้นถ่ายออกมาเป็นไขมัน (ในเรื่องที่ร่างกายไม่ได้รับอาหารไขมัน ให้รับประทานไขมันที่เป็นMedium chain triglycerides ซึ่งซับที่ลำไส้เล็กได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยน้ำย่อยจากตับ ดังเช่นว่า พรีเจสติไม่ล (Pregestimil)หรือสารอาหารชื่อ โปรแน่นอน (Prosure) หรือหากไม่มีก็น้ำมันมะพร้าวรวมทั้งน้ำมันปาล์มก็ใช้ได้แบบเดียวกัน)
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน ดังเช่น กาแฟ เพราะเหตุว่าคาเฟอีนเป็นสารที่กระตุ้นกระเพาะ
  • ให้การดูแลและรักษาโรคและก็อาการที่เกิดจากผลกระทบหรือภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น เบาหวาน อาการตัวเหลือง ตาเหลือง(สภาวะโรคดีซ่าน)
  • ในบางครั้งการดูแลรักษาบางทีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดตับอ่อน
  • ส่วนตัวคนไข้เองก็ต้องระมัดระวังหัวข้อการกินยาต่างๆให้มากมายเพราะว่ายาบางจำพวกที่มีผลกระทบที่เป็นพิษต่อเซลล์ของตับอ่อนตามที่กล่าวไปแล้ว

​การดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ

  • เมื่อมีอาการของโรคตับอ่อนอักเสบตามที่กล่าวไปในหัวข้ออาการจะต้องรีบไปพบหมอเสมอ บางทีอาจด้านใน 1 วัน หรือเร่งด่วนดังนี้ขึ้นกับความร้ายแรงของอาการ
  • ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของหมอแล้วก็พยาบาลอย่างเคร่งครัด
  • กินยาต่างๆให้ถูก ครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาพาราและก็ยาช่วยสำหรับการย่อยอาหารต่างๆ
  • เลิกดื่มแอลกอฮอล์แล้วก็เลิกสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
  • จำกัดการกินอาหารไขมัน (ของกินที่มีไขมันมากมายควรจะหลบหลีก)
  • ไปพบหมอตามนัดหมายเสมอ อย่าได้ขาด เพราะว่าแม้เปลี่ยนเป็นเรื้อรังหรือมีโรคเบาหวานเข้าแทรกจะได้รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
  • รีบไปพบหมอก่อนนัดหมายเมื่อมีลักษณะไม่ดีเหมือนปกติไปจากเดิม หรือมีลักษณะอาการชั่วช้าลง หรือเมื่อกังวลใจในอาการที่เป็นอยู่
  • เมื่อหายก็ดีแล้ว ห้ามดื่มแอลกอฮอล์อีกต่อไป เพราะว่าบางทีอาจทำให้อาการแย่ลงได้อีก และก็ควรจะงดเว้นของกินที่มีไขมันมากมายๆ